Publication: ความคิดเห็นต่อกลยุทธ์การเรียนคันจิของผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นชาวไทย
Submitted Date
Received Date
Accepted Date
Issued Date
2018
Copyright Date
Announcement No.
Application No.
Patent No.
Valid Date
Resource Type
Edition
Resource Version
Language
th
File Type
No. of Pages/File Size
ISBN
ISSN
eISSN
DOI
Scopus ID
WOS ID
Pubmed ID
arXiv ID
item.page.harrt.identifier.callno
Other identifier(s)
Journal Title
วารสารเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษา
JSN Journal
JSN Journal
Volume
8
Issue
2
Edition
Start Page
77
End Page
94
Access Rights
Access Status
Rights
Rights Holder(s)
Physical Location
Bibliographic Citation
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Title
ความคิดเห็นต่อกลยุทธ์การเรียนคันจิของผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นชาวไทย
Alternative Title(s)
A Study of the Thai Perspectiveon Kanji Learning Strategies:the Opinions of Teachers and Learners
Author(s)
Author’s Affiliation
Author's E-mail
Editor(s)
Editor’s Affiliation
Corresponding person(s)
Creator(s)
Compiler
Advisor(s)
Illustrator(s)
Applicant(s)
Inventor(s)
Issuer
Assignee
Other Contributor(s)
Series
Has Part
Abstract
ในการเรียนคันจินั้น ผู้เรียนจะต้องเรียนทั้งรูป เสียงอ่าน ความหมาย และวิธีใช้ ทำให้มีข้อมูลที่ต้องจดจำเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้การเรียนคันจิเป็นเรื่องยาก ดังนั้นการจะเอาชนะความยากลำบากในการเรียนคันจิ จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสม ผ่านมาจึงมีงานวิจัยเกี่ยวกับกลยุทธ์การเรียนคันจิจำนวนมาก แต่งานวิจัยที่ผ่านมาจะมุ่งศึกษาการใช้กลยุทธ์ของผู้เรียนเป็นหลัก ในงานวิจัยนี้จะศึกษาความคิดเห็นของผู้เรียนและผู้สอนชาวไทยว่า กลยุทธ์ใดจำเป็นต่อการเรียนคันจิ รวมทั้งผู้สอนและผู้เรียนมีความคิดเห็นแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร และนำผลที่ได้ไปปรับปรุงการเรียนการสอนคันจิ
ในงานวิจัยนี้ทำการวิเคราะห์โดยแบ่งกลยุทธ์ออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ กลยุทธ์ด้านรูป เสียงอ่าน ความหมาย การใช้ และกลยุทธ์อื่นๆ ผลการวิเคราะห์พบว่า กลยุทธ์ที่ผู้ตอบแบบสอบถามโดยรวมคิดว่าจำเป็นต่อการเรียนคันจิมากที่สุดคือ กลยุทธ์ด้านรูป โดยเฉพาะกลยุทธ์การเขียนซ้ำๆ ในการเปรียบเทียบความคิดเห็นระหว่างผู้สอนและผู้เรียนพบว่ากลยุทธ์ที่ผู้สอนคิดว่าจำเป็นมากที่สุดคือ “เดาความหมายของคันจิจากบริบท” ส่วนผู้เรียนคือ “เขียนซ้ำๆ”