Publication:
การศึกษาวิเคราะห์หลักพุทธจริยศาสตร์สำหรับการครองเรือนในบทผญาอีสาน

dc.contributor.authorพระนพพร กิตฺติสาโร (ศรีธนปัญญากุล)
dc.contributor.authorPhra Nopporn Kittisaro (Srithanapanyakul)en
dc.date.accessioned2023-12-16T06:45:39Z
dc.date.available2023-12-16T06:45:39Z
dc.date.issued2014
dc.date.issuedBE2557
dc.description.abstractวิทยานิพนธ์ เรื่อง " การศึกษาวิเคราะห์หลักพุทธจริยศาสตร์สำหรับการครองเรือนในบทผญาอีสาน " นี้มีวัตถุประสงค์อยู่ ๓ ประการ คือ ๑ ) เพื่อศึกษาหลักพุทธจริยศาสตร์ในบทผญาอีสานที่เกี่ยวกับการครองเรือน ๒ ) เพื่อศึกษาหลักพุทธจริยศาสตร์สำหรับการครองเรือน และ ๓ ) เพื่อศึกษาวิเคราะห์หลักพุทธจริยศาสตร์สำหรับการครองเรือนในบทผญาอีสาน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงเอกสาร โดยการศึกษาค้นคว้าจากพระไตรปิฎก เอกสารวิชาการทางพระพุทธศาสนา งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับบทผญาอีสาน ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบแนวคิดในทางพุทธจริยศาสตร์ แล้วนำเสนอผลการวิจัยด้วยวิธีพรรณนาวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า หลักพุทธจริยศาสตร์ในบทผญาอีสานที่เกี่ยวกับการครองเรือน เป็นปรัชญาของปราชญ์ชาวบ้านอีสานที่มีแนวคิดในการที่จะอบรมสั่งสอนลูกหลานของชาวอีสาน รวมถึงเป็นคติสอนใจให้กับบุคคลทั่วไปได้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งอยู่ภายใต้หลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนา ใช้สอนสามีให้มีความขยันอดทน สอนภรรยาให้มีความซื่อสัตย์ สอนลูกหลานให้มีความกตัญญู สอนคนรอบข้างให้รู้จักพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน หลักพุทธจริยศาสตร์สำหรับการครองเรือนนั้น พระพุทธองค์ ได้ทรงแนะนำผู้ครองเรือนว่า บิดา มารดา สามี ภรรยา บุตร ทาสและกรรมกรควรปฏิบัติต่อกันอย่างไรในการดำเนินชีวิต โดยเน้นที่การให้การศึกษาอบรมศีลธรรมสำหรับการครองเรือน ประกอบด้วยหลัก พรหมวิหาร ๔ ฆราวาสธรรม ๔ สมชีวิธรรม ๔ จักร ๔ อิทธิบาท ๔ สังคหวัตถุ ๔ สัปปุริสธรรม ๗ และ ทิศ ๖ เป็นต้น ถ้าหากประชาชนผู้ครองเรือนตระหนักถึงแนวทางทางพระพุทธศาสนาแล้วชีวิตการครองเรือนก็จะมีแต่ความสุขและไม่ก่อปัญหาให้กับสังคมส่วนรวม เมื่อวิเคราะห์หลักพุทธจริยศาสตร์สำหรับการครองเรือนในบทผญาอีสาน ช่วยทำให้เข้าใจว่า ผู้ครองเรือนควรมีความเมตตากรุณาและซื่อสัตย์กตัญญูต่อกันให้มากที่สุดโดยยึดหลักการทางพุทธจริยศาสตร์และนำคติสอนใจจากบทผญาอีสานและหลักการทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตเพื่อให้ชีวิตการครองเรือนนั้นเจริญรุ่งเรืองและมีแต่ความสุข โดยให้รู้จักหน้าที่ของตนเองระหว่าง บิดามารดา สามีภรรยา บุตรธิดา ผู้ใต้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน กล่าวคือ บิดามารดาปฏิบัติต่อบุตรธิดา โดยการห้ามไม่ให้ทำชั่ว ให้ตั้งอยู่ในความดี ให้การศึกษา หาภรรยาหรือสามีให้ และมอบทรัพย์สมบัติให้ในเวลาที่เหมาะสม ในขณะเดียวกัน บุตรก็พึงปฏิบัติต่อบิดามารดาด้วยการเลี้ยงดูท่าน ช่วยกิจการงานของท่าน ช่วยดำรงวงศ์ตระกูลประพฤติตัวให้เหมาะสมเป็นทายาท และทำบุญอุทิศให้เมื่อท่านล่วงลับไปแล้ว เช่นเดียวกัน คู่สามีภรรยา ควรมีความซื่อสัตย์ จริงใจต่อกัน คือ ตั้งใจจริงต่อการที่จะประคับประคองชีวิตคู่ให้มีความสุข ตั้งใจจริงต่อการที่จะสร้างครอบครัวให้มีความมั่นคง จริงใจ จริงวาจา และจริงการกระทำ รวมไปถึง การปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความเมตตาและยุติธรรมไม่เอาเปรียบหรือกดขี่ข่มเหงในหน้าที่การงาน ขณะเดียวกัน ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ต้องซื่อสัตย์และสุจริตต่อผู้เป็นนายของตน หากผู้ครองเรือนสามารถประพฤติปฏิบัติได้ดังที่กล่าวมานี้ครอบครัวก็จะอยู่ในสังคมและคนรอบข้างได้อย่างมีความสุข
dc.identifier.urihttps://harrt.in.th/handle/123456789/5299
dc.language.isoth
dc.subjectผญาอีสาน
dc.subjectการแต่งงาน
dc.subjectศีลธรรม
dc.subject.isced0223 ปรัชญาและจริยธรรม
dc.subject.oecd6.3 ปรัชญา จริยธรรมและศาสนา
dc.titleการศึกษาวิเคราะห์หลักพุทธจริยศาสตร์สำหรับการครองเรือนในบทผญาอีสาน
dc.title.alternativeAn analytical study of Buddhist ethics for household life in I-san Phayaen
dc.typeวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท (Master Thesis)
dspace.entity.typePublication
harrt.itemID105
harrt.researchAreaปรัชญาพุทธเถรวาท
harrt.researchGroupปรัชญา
harrt.researchTheme.1จริยศาสตร์
harrt.researchTheme.2ปรัชญาพุทธเถรวาท
mods.location.urlhttps://lib-opac.mcu.ac.th/cgi-bin/koha/opac-detail.pl?biblionumber=142768
thesis.degree.departmentบัณฑิตวิทยาลัย
thesis.degree.grantorมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
thesis.degree.levelปริญญาโท
thesis.degree.nameพุทธศาสตรมหาบัณฑิต
Files