Publication: การศึกษาการใช้แผนผังเชื่อมโยงคันจิในการเรียนการสอนคันจิสำหรับผู้เรียนชาวไทยในระดับกลางตอนต้น
Submitted Date
Received Date
Accepted Date
Issued Date
2017
Copyright Date
Announcement No.
Application No.
Patent No.
Valid Date
Resource Type
Edition
Resource Version
Language
th
File Type
No. of Pages/File Size
ISBN
ISSN
eISSN
DOI
Scopus ID
WOS ID
Pubmed ID
arXiv ID
item.page.harrt.identifier.callno
Other identifier(s)
Journal Title
วารสารเครือข่ายญี่ปุ่นศึกษา
JSN Journal
JSN Journal
Volume
7
Issue
1
Edition
Start Page
52
End Page
65
Access Rights
Access Status
Rights
Rights Holder(s)
Physical Location
Bibliographic Citation
Research Projects
Organizational Units
Authors
Journal Issue
Title
การศึกษาการใช้แผนผังเชื่อมโยงคันจิในการเรียนการสอนคันจิสำหรับผู้เรียนชาวไทยในระดับกลางตอนต้น
Alternative Title(s)
A Study of using Kanji mapping in Kanji instruction for Pre-Intermediate Thai learners of Japanese
Author(s)
Author’s Affiliation
Author's E-mail
Editor(s)
Editor’s Affiliation
Corresponding person(s)
Creator(s)
Compiler
Advisor(s)
Illustrator(s)
Applicant(s)
Inventor(s)
Issuer
Assignee
Other Contributor(s)
Series
Has Part
Abstract
บทความนี้เป็นการรายงานผลการวิจัยทดลองใช้แผนผังเชื่อมโยงคันจิในการเรียน
การสอนคันจิสำหรับผู้เรียนชาวไทยระดับชั้นกลางตอนต้น จำนวน 8 คน แผนผัง
เชื่อมโยงคันจินี้ประยุกต์มาจาก Mind Map ซึ่งพัฒนาโดยโทนีบูซาน ร ่วมกับบุชุ
ส่วนประกอบแสดงความหมาย ซึ่งเป็นตัวเชื่อมโยงไปสู่อักษรคันจิและคำศัพท์อื่น ๆ
เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ความหมายของคันจิอย่างมีระบบ วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้
คือ 1) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงจากการเรียนรู้คันจิโดยใช้แผนผังเชื่อมโยงคันจิ
และ 2) สำรวจทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อการใช้แผนผังเชื่อมโยงคันจิวิธีการดำเนินการ
วิจัยคือ ทำการทดลองให้ผู้เรียนเขียนแผนผังเชื่อมโยงคันจิ4ครั้งเพื่อนำผลของแต่ละครั้ง
มาวิเคราะห์เปรียบเทียบหาค ่าเฉลี่ยและแปลผลเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว ่า
1) การเปลี่ยนแปลงด้านการเรียนรู้คือ ผู้เรียนเข้าใจความหมายพื้นฐานของคันจิมากขึ้น
ผู้เรียนมีความกล้าที่จะเพิ่มเติมคำศัพท์นอกชั้นเรียน ได้ฝึกใช้จินตนาการในการเรียนรู้
มากขึ้น 2) การเปลี่ยนแปลงด้านทัศนคติผู้เรียนเห็นว่าการใช้แผนผังเชื่อมโยงคันจิเป็น
วิธีที่ไม่ยาก และมีประโยชน์แต่ยังไม่สามารถจูงใจให้ผู้เรียนชอบคันจิได้ปัญหาที่พบ
ในงานวิจัยนี้คือ พื้นฐานความรู้ด้านคันจิและคำศัพท์ของผู้เรียนระดับกลางตอนต้นยัง
มีไม ่มากพอ จึงทำให้ไม ่สามารถเชื่อมโยงคำศัพท์ได้มากเท ่าที่ควร อีกทั้งยังพบว ่ามี
การเขียนผิด และอุปสรรคในงานวิจัยชิ้นนี้คือ ระยะเวลาที่จำกัดในการทำกิจกรรม และ
ขนาดของกลุ่มประชากรซึ่งมีขนาดเล็ก ทำให้ยังไม่สามารถสรุปผลเชิงแนวโน้มได้